ความจริงของน้ำมันหอมระเหยในประเทศไทย

ความจริงของน้ำมันหอมระเหยในประเทศไทย Essential Oil หลายๆท่านคงเคยซื้อน้ำมันหอมระเหยราคาถูกที่ขายตามห้างบ้าง ตลาดนัดบ้างหน้าซุปเปอร์มาเก็ตบ้าง นำมาหยดใส่น้ำตะเกียงในห้องหรือใช้ภายในรถหรือสูดดมโดยตรงหรือหยดผสมในอ่างอาบน้ำใช้อาบเป็นต้น

ท่านทราบหรือไม่ว่าน้ำมันที่ท่านซื้อส่วนมากไม่ใช่น้ำมันหอมระเหยที่แท้จริง ส่วนมากจะจำหน่ายในราคาถูก เช่น 3 ขวด/100 บาทเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วน้ำมันดังกล่าว ก็คือ น้ำหอมธรรมดาที่เกิดจากการสังเคราะห์สารเคมีเลียนกลิ่นธรรมชาติส่วนมากมิได้มาจากการสกัดธรรมชาติแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามน้ำหอมเหล่านี้จะให้กลิ่นที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติและจะคงกลิ่นอยู่ได้ค่อนข้างนาน (3-8 ชม.) ขึ้นกับความเข้มข้นของหัวน้ำหอมที่ผสมในน้ำหอมนั้นๆเพราะฉะนั้นน้ำหอมผสมเหล่านี้ก็คือสารเคมีที่เราต้องสูดดมเข้าไปในร่างกายของเรานั้นเอง

น้ำหอมเหล่านี้อาจสร้างความพึงพอใจแก่เราผู้สูดดมแต่ไม่มีผลทางด้านการรักษาแต่อย่างใดสำหรับผู้ที่ใช้ในระยะยาวหรือสูดดมนานๆก็อาจจะเข้าไปสะสมในร่างกายและก่อให้เกิดอันตรายได้

เราเองคงต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความพึงพอใจชั่วครั้งคราวที่ต้องแลกกับการสูดดมสารเคมีเข้าไปสะสมในร่างกายของเรา

น้ำมันหอมระเหยแท้คืออะไร?

น้ำมันหอมระเหยคือน้ำมันที่พืชสร้างขึ้นมาเก็บไว้ตามส่วนต่างๆ เช่น ดอก ใบ เมล็ดหรือ ลำต้นมักมีกลิ่นหอมและคุณสมบัติเฉพาะแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชนั้นๆอาจจะมีฤทธิ์ดึงดูดหรือไล่แมลงหรือยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียได้ฯลฯ

ปกติน้ำมันจะระเหยได้ง่ายในอุณหภูมิปกติ จึงถูกเรียกว่าน้ำมันหอมระเหยปกติใสหรือมีสีเหลืองอ่อนเป็นน้ำมันเหลวมีปริมาณไม่มาก ส่วนมากจะมีราคาสูง เช่น น้ำมันดอกกุหลาบจะต้องใช้กลีบกุหลาบประมาณ 10,000 กิโลกรัมมากลั่นจึงจะได้น้ำมันกุหลาบ 1 กิโลกรัม ราคาของน้ำมันดอกกุหลาบบริสุทธิ์ 100% ของแท้อาจจะสูงถึง 2-300,000 บาท หรือน้ำมันมะลิจะต้องใช้ดอกมะลิประมาณ 1,000 กิโลกรัมมากลั่นเพื่อให้ได้น้ำมันมะลิ 1 กิโลกรัมราคาของน้ำมันดอกมะลิแท้อาจจะมากกว่า 100,000 บาท/ 1 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตามพืชบางชนิดอาจจะมีน้ำมันมากและนิยมปลูกกันมากทำให้ราคาอาจจะอยู่ที่หลัก1-3พันบาท/กิโลกรัม เช่น น้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัสตะไคร์ ส้ม ไม้ซีด้าร์ เป็นต้น แต่ส่วนมากแล้วน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์แท้มักจะมีราคาสูง

เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยเป็นน้ำมันที่ระเหยได้ง่ายการเก็บรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญคือ

-ควรเก็บในภาชนะที่เป็นแก้วและทึบแสงเท่านั้น

-ต้องปิดฝาให้สนิทเก็บในที่เย็นและไม่ถูกแสงแดด

อย่างไรก็ตามถึงแม้เราจะเก็บอย่างดี น้ำมันหอมระเหยจะสูญเสียกลิ่นตามธรรมชาติไประดับหนึ่ง ประมาณ 10-20% ต่อ ปี

หลักการในการพิจารณาซื้อน้ำมันหอมระเหยที่ดีและบริสุทธิ์ มีดังนี้

-ไม่ควรซื้อจากร้านที่อยูในบริเวณที่ มีอากาศร้อนเพราะน้ำมันหอมระเหยจะสูญเสียคุณสมบัติไปอย่างรวดเร็ว

-การแยกน้ำมันหอมระเหยแท้ออกจากน้ำหอมทั่วไปทำได้ยาก (ต้องใช้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการเท่านั้น) จึงควรพิจารณาจากผู้ขายที่มีความรู้ ความเข้าใจในน้ำมันหอมระเหยที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้เท่านั้น

-น้ำมันหอมระเหยแท้ส่วนมากไม่สามารถขายในราคา 3 ขวด/100บาทได้ บางชนิดราคาหลายพันบาท/มล.

– เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยมีหลายชนิดควรเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยที่ระบุชื่อวิทยาศาสตร์และสอบถามประเทศที่มาด้วย